เรียน ลูกค้าทุกท่าน
ตามที่ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยได้ออกประกาศ ณ วันที่ 17 มีนาคม 2552 ที่ผ่านมา เรื่องการปรับบริการเพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลง SET Industry Change ซึ่งจะมีการเปลี่ยนแปลงหลักเกณฑ์ต่างๆ ดังต่อไปนี้
1. การปรับปรุงหลักเกณฑ์ช่วงราคาซื้อขายจาก 10 ระดับ เป็น 8 ระดับ และปรับลดระดับความกว้างของช่วงราคาจากเดิม 0.48%-0.97% เป็น 0.34%-0.79%
2. ปรับปรุงการเผยแพร่ข้อมูลราคาและปริมาณเสนอซื้อ-เสนอขายที่ดีที่สุด (Best Bid/Best Offer) ไปยังสมาชิกและผู้รับข้อมูล Subscriber จาก 3 ระดับราคา เป็น 5 ระดับราคา
3. การยกเลิกการตรวจสอบคำสั่งซื้อขาย (Order Screening) บนกระดานต่างประเทศ
4. การขยายจำนวนหลักหลังจุดทศนิยมของค่า Par จาก 2 หลัก เป็น 5 หลัก เพื่อรองรับค่า Par ของบริษัทจดทะเบียนและกองทุน Equity ETF
5. การแยก Property Fund ออกจากหมวดพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ และจัดให้เป็นหมวดกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์
6. ปรับปรุงหลักเกณฑ์การส่งคำสั่งซื้อขายผ่านระบบอินเทอร์เน็ต
6.1 เพิ่มประเภทคำสั่งแบบมีเงื่อนไขราคา (IOCและFOK) ,คำสั่งประเภท Market Price(MP) และ Published Volume
6.2 เพิ่มเติมระบบคัดกรองคัดกรองคำสั่งซื้อขาย (Order Screening System) เพื่อตรวจสอบการส่งคำสั่งหรือขายหลักทรัพย์ในราคาและปริมาณที่อาจจับคู่ซื้อขายระหว่างกันเองของลูกค้ารายเดียวกัน (Wash Sale) ของคำสั่งประเภท Market Price (MP)
โดยหลักเกณฑ์ข้างต้น จะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 30 มีนาคม 2552 รายละเอียดของหลักเกณฑ์ปรากฏตามเอกสารแนบ ดังต่อไปนี้
1. การปรับปรุงหลักเกณฑ์ช่วงราคาซื้อขาย(Price Spread)
2. สรุปสาระสำคัญของการเปลี่ยนแปลงหลักเกณฑ์ช่วงราคาซื้อขาย (Price Spread)
3. การซื้อขายบนกระดานหลัก (ฉบับที่ 7) พ.ศ.2552
4. การปรับปรุงข้อกำหนดเกี่ยวกับการซื้อขายหลักทรัพย์
5. สรุปสาระสำคัญของการเปลี่ยนแปลงเกณฑ์ซื้อขายหลักทรัพย์
6. การซื้อขายหลักทรัพย์ผ่านอินเตอร์เน็ต
7. การซื้อขายหลักทรัพย์ในตลาดหลักทรัพย์ด้วยระบบการซื้อขาย
8. มาตรฐานเกี่ยวกับการซื้อขายหลักหรัพย์ผ่านอินเตอร์เน็ต
9. ตารางสรุปหลักเกณฑ์การคัดกรองคำสั่งซื้อขายหลักทรัพย์
ตัวอย่างหน้าจอการซื้อขายที่รองรับ SET Industry Change
 |
 |
| ภาพหน้าจอ OneClick |
ภาพหน้าจอ Streaming |
 |
| ภาพหน้าจอ Streaming-D |
ประเภทของคำสั่งซื้อขาย
คำสั่งซื้อขายแบบไม่จำกัดราคา (Non-limit Price Orders)
1. Market Price Order (MP) เป็นคำสั่งซื้อขายที่ใช้เมื่อนักลงทุนต้องการซื้อขายทันที ณ ราคาที่ดีที่สุดในขณะนั้น
2. At-The-Open Order (ATO) เป็นคำสั่งซื้อขายที่ใช้เมื่อนักลงทุนต้องการซื้อขายทันทีที่ตลาดเปิดทำการซื้อขาย ณ ราคาเปิด
3. At-The-Close Order (ATC) เป็นคำสั่งซื้อขายที่ใช้เมื่อนักลงทุนต้องการซื้อขายทันทีก่อนที่ตลาดจะปิดทำการซื้อขาย ณ ราคาปิด
คำสั่งซื้อขายแบบมีเงื่อนไข (Conditional Orders)
1. Immediate-Or-Cancel Order (IOC) เป็นคำสั่งซื้อขายที่นักลงทุนต้องการสั่งให้ซื้อหรือขายหุ้น ตามราคาที่นักลงทุนระบุไว้ในขณะนั้นโดยทันที หากซื้อหรือขายได้ไม่หมดทั้งจำนวนที่ต้องการ ส่วนที่เหลือจะถูกยกเลิก
2. Fill-Or-Kill Order (FOK) เป็นคำสั่งซื้อขายที่นักลงทุนต้องการสั่งให้ซื้อหรือขายหุ้นในราคาที่กำหนด โดยต้องการให้ได้ทั้งจำนวนที่ต้องการ หากได้ไม่ครบก็จะไม่ซื้อขายเลยและจะยกเลิกคำสั่งนั้นทั้งหมด
คำสั่งซื้อขายแบบให้ระบบการซื้อขายส่งให้โดยอัตโนมัติ (Published Orders)
Published Orders คำสั่งซื้อขายแบบให้ระบบซื้อขายส่งให้โดยอัตโนมัติคือ การส่งคำสั่งซื้อขายโดยจำนวนการซื้อขายในแต่ละครั้งต้องไม่ต่ำกว่า 10 หน่วยการซื้อขายของกระดานหลัก (ส่วนใหญ่คือ 1,000 หุ้น) ทั้งนี้ระบบจะทำการเสนอซื้อขายให้ทีละส่วนในจำนวนที่เท่ากันตามที่ระบุโดยอัตโนมัติ โดยระบบจะส่งคำสั่งเข้าไปเมื่อการเสนอซื้อหรือขายก่อนหน้านี้ได้รับการจับคู่ซื้อขายแล้ว
หมายเหตุ : หากท่านมีข้อสงสัยเพิ่มเติม กรุณาติดต่อ ฝ่ายค้าหลักทรัพย์อิเล็กทรอนิกส์
โทร.02-207-0038 ต่อ 359, 537,553-4 เเฟกซ์ 02-654-7687
อีเมล etrade@unitedsec.com
ขอแสดงความนับถือ
ฝ่ายค้าหลักทรัพย์อิเล็กทรอนิกส์
บริษัทหลักทรัพย์ ยูไนเต็ด (จำกัด) มหาชน
อีเมล: etrade@unitedsec.com