UNITED SECURITIES WEBSITE
etrade@unitedsec.com ฝ่ายค้าหลักทรัพย์อิเล็กทรอนิกส์   0-2652-8986  0-2654-7687
 
 
บริการเสริม
ปฏิทินวันหยุด
eForms Download
สมัครงาน
   Facebook  Twitter
ตัวอย่างการซื้อขาย
PDA
ดาวน์โหลด
Flash Player
Flash Player(PDA)
Adobe Reader
Adobe Reader(PDA)
JAVA Virtual Machine

  Streaming iPhone

   
2. SET50 INDEX OPTIONS
    2.1 SET50 Index Options
    2.2 ประโยชน์ของ SET50 Index options
    2.3 ลักษณะของสัญญาออปชั่น
    2.4 ประเภทของ SET50 Index Options
    2.5 มูลค่าหลักประกันในเบื้องต้นใน SET 50 Index Options
    2.6 การปิดสถานะของสัญญาของ SET50 Index Options
    2.7 การถือสัญญาจนสัญญาหมดอายุ
    2.8 สิ่งที่ส่งผลกระทบต่อราคาของออปชั่น
    2.9 กลยุทธ์การลงทุนในออปชั่น
 

  2.1 SET50 Index Options
   
    ออปชั่น (Options) หมายถึง สัญญาที่ผู้ขายออปชั่นให้สิทธิแก่ผู้ซื้อออปชั่น ในการซื้อหรือขายสินทรัพย์ในอนาคตตามราคาและจำนวนที่ได้ตกลง กันไว้ตามสัญญาโดยผู้ซื้อออปชั่นเป็นผู้ที่มีสิทธิในการตัดสินใจว่าจะใช้สิทธินั้นหรือไม่ก็ได้โดยหากผู้ซื้อเลือกที่จะใช้สิทธิผู้ขายก็ต้องยอมให้ผู้ซื้อใช้สิทธิตาม ที่ตกลงกันไว้โดยทั้งนี้ในวันที่ตกลงซื้อขายออปชั่นผู้ซื้อออปชั่นจะต้องจ่ายเงินจำนวนหนึ่งให้แก่ผู้ขายออปชั่นเป็นการตอบแทนเพื่อแลกกับการได้สิทธิตามสัญญานั้น จึงเรียกเงินจำนวนนี้ว่า “ค่าพรีเมี่ยม”(Premium)
    SET50 Index Options หมายถึง สัญญาซื้อขายล่วงหน้าที่ผู้ซื้อได้สิทธิในการ “ซื้อ” หรือได้รับสิทธิในการ “ขาย” ดัชนี SET50 จากผู้ขายในเงื่อนไข และราคาที่ตกลงกันไว้ในสัญญาออปชั่นหรือที่เรียกว่าราคาใช้สิทธิ (Exercise Price)
    SET50 Index Options มีจุดเด่นที่สามารถใช้สร้างกลยุทธ์ ทำกำไรได้ในทุกสภาวะตลาด สามารถนำมาผสมผสานกับ ฟิวเจอร์ส หรือหุ้นเพื่อออกแบบ กลยุทธ์ลงทุน รับมือกับตลาดได้ทั้งในภาวะขาขึ้น ขาลง และตลาดคงตัว นอกจากนี้ ผู้ลงทุนยังสามารถเลือกรูปแบบการลงทุนที่เสี่ยงน้อยกว่าฟิวเจอร์ส อีกทั้งยัง ใช้เงินลงทุนน้อยกว่า เพราะสัญญามีขนาดเล็กกว่าฟิวเจอร์สถึง 5 เท่า

[กลับไปข้างบน]

  2.2 ประโยชน์ของ SET50 Index options

      ใช้บริหารความเสี่ยง
      ผู้ลงทุนที่มีพอร์ตลงทุนในหุ้นอยู่ โดยเฉพาะกลุ่มผู้ลงทุนสถาบันที่มักจะมีพอร์ตลงทุนในหุ้นที่อยู่ในกลุ่มดัชนี SET50 สามารถเลือกใช้ SET50 Options เป็นเครื่องมือลดความเสี่ยงในช่วงที่ตลาดหุ้นไม่เป็นใจได้ ซึ่งจะทำให้ช่วยลดภาระในเวลาที่จำเป็นต้องขายหุ้นจำนวนมาก อีกทั้งค่าใช่จ่ายก็ยังไม่มากนักด้วย เช่น ผู้ลงทุนที่มีพอร์ตลงทุนในหุ้นกลุ่มดัชนี SET50 ย่อมกังวลหากตลาดตก ก็จะทำให้มูลค่าพอร์ตที่ตนมีอยู่ มีมูลค่าลดลงได้ จึงเข้ามาซื้อ SET50 Put Options เพื่อเป็นการทำประกันให้กับพอร์ตลงทุนของตน หากตลาดตกจนทำให้พอร์ตลงทุนที่ถือไว้ขาดทุนผู้ลงทุนก็สามารถใช้สิทธิพุทออปชั่น และนำกำไรที่ได้จากการใช้สิทธิมาชดเชยกับขาดทุนที่เกิดในพอร์ตหุ้น
    
      ประโยชน์ในการทำกำไร
      ด้วยเสน่ห์ของ SET50 Options ที่สามารถใช้เป็นเครื่องมือทำกำไรได้ในทุกสถานการณ์ อีกทั้งยังสามารถใช้เพิ่มพลังเงินทุนได้อีกด้วย ผู้ลงทุนจึงนิยมใช้ SET50 Options เป็นเครื่องมือเพิ่มผลกำไรให้กับพอร์ตลงทุน

[กลับไปข้างบน]



  2.3 ลักษณะของสัญญาออปชั่น

 
รายละเอียด
สินค้าอ้างอิง
ดัชนี SET50 ที่คำนวณและเผยแพร่โดยตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย
ตัวคูณดัชนี
200 บาท ต่อ 1 จุดของดัชนี
เดือนที่สัญญาสิ้นสุดอายุ
เดือนมีนาคม มิถุนายน กันยายน และธันวาคมโดยนับไปไม่เกิน 4 ไตรมาส
ช่วงราคาซื้อขายขั้นต่ำ
0.1 จุด
ช่วงการเปลี่ยนแปลงของราคาสูงสุดแต่ละวัน
+/- 30%ของราคาที่ใช้ชำระราคาในวันทำการก่อนหน้า
ประเภทการใช้สิทธิ
ใช้สิทธิได้เมื่อสัญญาถึงกำหนดเท่านั้น (European)
ราคาใช้สิทธิ
ให้ช่วงห่างของราคาใช้สิทธิเท่ากับ 10 จุดกำหนดให้มีออปชั่น Series ต่อไปนี้
At-the-money จำนวน 1 series In-the-money และ Out-of-the-money 5 series
ประเภทการใช้สิทธิ
ใช้สิทธิได้เมื่อสัญญาถึงกำหนดเท่านั้น (European)
เวลาซื้อขาย
Pre-open : 9:15 - 9:45
Morning session: 9:45 - 12:30
Pre-open : 14:00 - 14:30
Afternoon session: 14:30 - 16:55
การจำกัดฐานะ
ห้ามมีฐานะสุทธิรวมใน SET50 Index Futures และ SET50 Index Options (เมื่อคำนวณฐานะเทียบเท่ากับSET50 Index Futures) ในเดือนใดเดือนหนึ่งหรือ ทุกเดือนรวมกันเกิน 10,000 สัญญา
วันซื้อขายวันสุดท้าย
วันทำการก่อนวันทำการสุดท้ายของเดือนที่สัญญาสิ้นสุดอายุ โดยให้ช่วงเวลาซื้อขายในวันสุดท้ายของการซื้อขายสิ้นสุดในเวลา 16.30 น.
ราคาที่ใช้ชำระราคาเมื่อสัญญาครบกำหนด
ค่าเฉลี่ยของดัชนี SET50 ของวันซื้อขายวันสุดท้ายของสัญญาซื้อขายล่วงหน้า โดยคำนวณจากค่าดัชนี SET50 รายนาที ตั้งแต่ค่าดัชนี ณ เวลา 16:01 น. ถึง ค่าดัชนี ณ เวลา 16:30 น. และค่าดัชนีราคาปิดของวันนั้นโดยตัดค่าที่มากที่สุด 3 ค่า และค่าที่น้อยที่สุด 3 ค่าออกและใช้ค่าทศนิยม 2 ตำแหน่ง
วิธีการส่งมอบ / ชำระราคา
ชำระราคาเป็นเงินสด

[กลับไปข้างบน]

  2.4 ประเภทของ SET50 Index Options

   ออปชั่นมีทั้งสิ้น 2 ประเภทด้วยกัน คือ คอลออปชั่น และพุทออปชั่น
   
    คอลออปชั่น (Call Options) คือ การที่ผู้ขายให้สิทธิผู้ซื้อออปชั่น ในการ “ซื้อ” สินค้าอ้างอิงในจํานวน ราคา และ เวลาที่กําหนดไว้ ผู้ซื้อออปชั่น ซึ่งเป็นผู้ได้รับสิทธิ จะสามารถเลือกที่จะใช้สิทธิใน การ “ซื้อ” นี้หรือไม่ก็ได้หากผู้ซื้อคอลออปชั่นเลือกที่จะไม่ใช้สิทธิภายในระยะเวลาที่กําหนดออปชั่นก็จะหมดอายุไปแต่หากผู้ซื้อคอลออปชั่น เลือกที่จะใช้สิทธิ “ซื้อ” สินค้าอ้างอิงภายในเวลาที่กําหนด ผู้ขายคอลออปชั่นก็มีภาระผูกพันต้อง “ขาย” สินค้าอ้างอิงให้แก่ผู้ซื้อคอลออปชั่น ตามจํานวน ราคาที่ตกลงกันเอาไว้
  
    พุทออปชั่น (Put Options) คือ การที่ผู้ขายพุทออปชั่นให้สิทธิผู้ซื้อพุทออปชั่นในการ “ขาย” สินค้าอ้างอิงในจํานวน ราคา และเวลาที่กําหนดไว้ผู้ซื้อพุทออปชั่น ซึ่งเป็นผู้ได้รับสิทธิ จะสามารถ เลือกที่จะใช้สิทธิในการ “ขาย” นี้หรือไม่ก็ได้ หากผู้ซื้อพุทออปชั่นเลือกที่จะไม่ใช้สิทธิภายในระยะเวลาที่กําหนด ออปชั่นก็จะหมดอายุไปแต่หากผู้ซื้อพุทออปชั่น เลือกที่จะใช้สิทธิ “ขาย” ภายในเวลาที่กําหนด ผู้ขายพุทก็มีภาระผูกพันต้อง “ซื้อ” สินค้าอ้างอิงให้แก่
ผู้ซื้อพุทออปชั่นตามจํานวนราคาที่ตกลงกันเอาไว้
    
ตารางสรุปคอลออปชั่นและพุทออปชั่น
คอลออปชั่น (Call Options)
พุทออปชั่น (Put Options)
ผู้ซื้อ
(Long Position)
มีสิทธิในการ “ซื้อ” สินค้าอ้างอิง ในจำนวนและราคาที่ตกลงไว้
มีสิทธิในการ “ขาย” สินค้าอ้างอิง ในจำนวน
และราคาที่ตกลงไว้
ผู้ขาย
(Short Position
)
มีภาระต้อง “ขาย” สินค้าอ้างอิง ให้แก่ผู้ซื้อออปชั่น หากผู้ซื้อต้องการใช้สิทธิ
มีภาระต้อง “ซื้อ” สินค้าอ้างอิง จากผู้ซื้อออปชั่น
หากผู้ซื้อต้องการใช้สิทธิ(บาทต่อหนึ่งคู่สัญญา)

[กลับไปข้างบน]

  2.5 มูลค่าหลักประกันในเบื้องต้นใน SET 50 Index Options

ใช้วิธี Portfolio โดยมีรายละเอียดดังนี้

[กลับไปข้างบน]

  2.6 การปิดสถานะของสัญญาของ SET50 Index Options

     
    SET50 Index Options เป็นออปชั่นที่มีลักษณะ European Style กล่าวคือ ผู้ซื้อออปชั่น จะสามารถใช้สิทธิได้ในวัน ซื้อขายวันสุดท้าย (Last Trading Day) เท่านั้น หากยังไม่ถึงวันซื้อขายวันสุดท้าย ผู้ซื้อจะขอใช้สิทธิก่อนไม่ได้
    ผู้ซื้อที่ต้องการรับรู้กำไรขาดทุนจาก SET50 Index Options ก่อนครบกำหนด จะต้องใช้วิธีล้างฐานะ (Offset Position) เท่านั้นโดยส่วนต่างระหว่างราคาพรีเมี่ยมที่จ่ายซื้อ SET50 Index Options และ ราคาพรีเมี่ยมที่ได้รับจากการขาย SET50 Index Options คือกำไรขาดทุนจากการซื้อขาย SET50 Index Options นั่นเอง

[กลับไปข้างบน]



  2.7 การถือสัญญาจนสัญญาหมดอายุ

    
   หากผู้ลงทุนถือ SET50 Options จนถึงวันสุดท้ายที่ออปชั่นทำการซื้อขาย ผู้ซื้อออปชั่นสามารถใช้สิทธิตามสัญญาได้ หากเห็นว่าเกิดกำไรจาก การใช้สิทธิ โดยผู้ขายมีภาระที่จะต้องชำระราคาตามสัญญาออปชั่น อย่างไรก็ตาม หากผู้ซื้อเห็นว่าไม่เกิดผลขาดทุนจากการใช้สิทธิ ก็จะปล่อยให้ SET 50 Options หมดอายุไป
    เนื่องจากดัชนี SET50 ซึ่งเป็นสินค้าอ้างอิงของ SET50 Options นั้น เป็นตัวเลขดัชนีที่คำนวณมากจากราคาหุ้น 50 ตัว การส่งมอบหุ้นที่ประกอบ กันเป็น SET50 จึงทำได้ยาก ดังนั้น ในการชำระราคา หรือคิดกำไรขาดทุนสำหรับ SET50 Options จึงใช้วิธีที่เรียกว่า “การชำระราคาเป็นเงินสด” (Cash Settlement) นั่นเอง โดยกำหนดให้ดัชนี SET50 1 จุด มีมูลค่าเท่ากับ 200 บาทเพื่อแปลงค่าดัชนีกลับมาเป็นจำนวนเงิน

กรณี SET50 Call Options
ถ้า ดัชนี SET50*> ราคาใช้สิทธิ ผู้ซื้อใช้สิทธิ
ผู้ซื้อจะได้รับชำระเงิน = ดัชนี SET50 - ราคาใช้สิทธิ
ผู้ขายต้องจ่ายชำระเงินให้กับผู้ซื้อ
ถ้า ดัชนี SET50* < ราคาใช้สิทธิ ผู้ซื้อไม่ใช้สิทธิ
ผู้ซื้อจะไม่ใช้สิทธิ ปล่อยให้ SET50 Options หมดอายุไป
ผู้ขายก็ไม่ต้องจ่ายชำระเงินให้กับผู้ซื้อ
กรณี SET50 Put Options
ถ้า ดัชนี SET50* > ราคาใช้สิทธิ ผู้ซื้อไม่ใช้สิทธิ
ผู้ซื้อจะไม่ใช้สิทธิ ปล่อยให้ SET50 Options หมดอายุไป
ผู้ขายไม่ต้องจ่ายชำระเงินให้กับผู้ซื้อ
ถ้า ดัชนี SET50* < ราคาใช้สิทธิ
ผู้ซื้อใช้สิทธิ
ผู้ซื้อจะได้รับชำระเงิน = ราคาใช้สิทธิ – ดัชนี SET50
ผู้ขายต้องจ่ายชำระเงินให้กับผู้ซื้อ
หมายเหตุ  *ดัชนี SET50 ในที่นี้ หมายถึง “ดัชนีที่ใช้ชำระราคาครั้งสุดท้าย” (Final Settlement Price) ซึ่งเป็นดัชนีที่ TFEX คำนวณ และประกาศให้ทราบ ณ สิ้นวันทำการของวันซื้อขายวันสุดท้ายของสัญญาที่ครบกำหนดอายุ

[กลับไปข้างบน]



  2.8 สิ่งที่ส่งผลกระทบต่อราคาของออปชั่น

     ราคาสินค้าอ้างอิง

    ราคาสินค้าอ้างอิง ย่อมส่งผลกระทบต่อราคาของออปชั่นอย่างแน่นอน เนื่องจากอนุพันธ์เป็นตราสารที่มีราคาแปรผันไปกับราคาสินค้าอ้างอิง หากเราลองยกตัวอย่างว่าสินค้าอ้างอิงของออปชั่นคือหุ้น เมื่อราคาหุ้นเปลี่ยนแปลงไปย่อมส่งผลให้ราคาของออปชั่น เปลี่ยนแปลงไปเช่นกัน ซึ่งจะเปลี่ยนแปลงไปในทิศทางใด ก็ขึ้นอยู่กับประเภทออปชั่น ว่าเป็นคอลออปชั่น หรือพุทออปชั่นคอลออปชั่น มูลค่าของคอลออปชั่น จะเพิ่มขึ้นในทิศทางเดียวกันกับราคาของหุ้นแม่ ที่สูงขึ้นเนื่องจากผู้ซื้อออปชั่นจะได้รับประโยชน์ (กําไร) ที่มากขึ้น หากมีการใช้สิทธิตามสัญญา เนื่องจากมีการล็อกราคาซื้อไว้ตั้งแต่ต้นแล้ว เช่น ซื้อคอลออปชั่นที่ให้สิทธิในการซื้อหุ้น AAA ได้ที่ราคา 10 บาท หากปัจจุบันราคา ของหุ้น AAA มีการปรับตัวสูงขึ้น เช่นจาก 10 บาทเป็น 12 บาท ก็จะทำให้ผู้ถือออปชั่นมีกําไรมากขึ้น เพราะยังคงสามารถใช้สิทธิซื้อหุ้นได้ที่ราคา 10 บาท ดังนั้นมูลค่าของออปชั่นย่อมเพิ่มขึ้นพุทออปชั่น ในทางกลับกันพุทออปชั่น จะมีมูลค่าเพิ่มขึ้นเมื่อราคาของหุ้นแม่ปรับตัวลดลงเพราะจากรูปแบบของการทํากําไร ที่เป็นทิศทางตรงกันข้าม
กับคอลออปชั่น คือให้ สิทธิในการขายในราคาที่กําหนดไว้ พุทออปชั่นจะยิ่งมีกําไรมาก หากราคาหุ้นแม้ลดลง เพราะผู้ถือออปชั่นยังคงสามารถขายได้ในราคาที่สูงเช่นเดิม ส่งผลให้ยิ่งราคาหุ้นแม่ลดลงมากเท่าไหร่ มูลค่าของ
พุทออปชั่นก็จะยิ่งเพิ่มขึ้น
     
    ราคาใช้สิทธิ

   เมื่อเปรียบเทียบระหว่างออปชั่น 2 ตัว ที่เงื่อนไขอื่นเหมือนกันแต่มีราคาใช้สิทธิแตกต่างกัน มูลค่าของ
คอลออปชั่นที่มีราคาใช้สิทธิต่ำกว่า จะมีมูลค่าสูงกว่า
เนื่องจากผู้ซื้อคอลออปชั่นสามารถใช้สิทธิซื้อหุ้นตามสัญญา
ออปชั่นได้ในราคาที่ต่ำกว่าทําให้มีต้นทุนที่ต่ำ ผลประโยชน์ย่อมเพิ่มขึ้น ส่งผลให้ มูลค่าของออปชั่นสูงกว่าในที่สุด ยกตัวอย่างเช่น ออปชั่นที่ให้สิทธิในการซื้อหุ้นบริษัท AAA ออปชั่นตัวแรกมีราคาใช้สิทธิ 20 บาท ส่วนออปชั่นอีกตัวมีราคา ใช้สิทธิ 18 บาท ออปชั่นทั้งสองมี อายุคงเหลือเท่ากัน มูลค่าของคอลออปชั่นที่มีราคาใช้สิทธิ 18 บาทย่อมมีราคาสูงกว่า ออปชั่นที่มีราคาใช้สิทธิ 20 บาท เพราะผู้ถือคอลออปชั่นสามารถใช้สิทธิซื้อได้ในราคาถูกกว่าพุทออปชั่น ในทางกลับกัน มูลค่าของ พุทออปชั่นที่มีราคาใช้สิทธิสูงกว่า จะมีมูลค่าสูงกว่า เนื่องจากราคาใช้สิทธิ คือราคาที่ผู้ซื้อ
ออปชั่น สามารถขายหุ้นได้ ซึ่งหากราคาใช้สิทธิสูงกว่าราคาที่สามารถขายได้ย่อมมากกว่า มูลค่าของออปชั่นจึงสูงกว่าตามไปด้วย

     ความผันผวนของราคาสินค้าอ้างอิง


    ในช่วงที่ราคาสินค้าอ้างอิงมีความผันผวนมาก จะทําให้มีโอกาสสูงที่ผู้ถือออปชั่นจะทํากําไรจากการใช้สิทธิได้มากขึ้น ดังนั้น หากหุ้นมีความผันผวนมาก ทั้งคอลออปชั่นและพุทออปชั่น มักจะมีราคาของออปชั่นที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นตามขนาดของความผันผวนนั้น
  

    อายุของสัญญา


    ออปชั่นที่อายุคงเหลือยาวกว่า ย่อมมีโอกาสที่ราคาของสินค้าอ้างอิงจะผันผวนได้มากกวาออปชั่นที่ใกล้หมดอายุ ซึ่งทําให้มีโอกาสสูงที่ราคาสินค้าอ้างอิง จะเปลี่ยนแปลงไปในทิศทางที่ทําให้ออปชั่นมีกําไรได้มากเช่นกัน ยกตัวอย่าง คอลออปชั่นที่มีสินทรัพย์อ้างอิง ตัวเดียวกัน และราคาใช้สิทธิเท่ากัน คอลออปชั่นที่มีอายุของสัญญายาวกว่า เช่นหมดอายุในอีก 4 เดือนข้างหน้า จะมีมูลค่าสูงกว่า ออปชั่นที่อายุสั้นกว่า เช่น ออปชั่นที่หมดอายุในอีก 1 เดือนข้างหน้า เนื่องจากอายุสัญญาที่ยาวกว่า ย่อมทําให้ความเป็นไปได้ที่ราคาสินค้าอ้างอิงจะเปลี่ยนแปลงไปในทิศทางที่ทําให้ผู้ถือออปชั่นมีกําไร
 

     อัตราดอกเบี้ย

    อัตราดอกเบี้ยเป็นตัวกําหนดต้นทุนของการถือคอลและพุทออปชั่น โดยอัตราดอกเบี้ยที่สูงขึ้น จะส่งผลให้
คอลออปชั่นมีค่าสูงขึ้น
ไปด้วย เนื่องจากคอลออปชั่นให้สิทธิในการซื้อสินค้าอ้างอิงในเวลาที่กำหนด นักลงทุนจึงต้องถือ “เงิน” เพื่อเตรียมซื้อ และเนื่องจากการเตรียมเงินไว้ทุกบาททุกสตางค์ล้วนมีต้นทุน โดยต้นทุนที่ว่าก็คืออัตราดอกเบี้ยนั่นเอง การที่ดอกเบี้ยสูงขึ้น ย่อมทําให้มูลค่าปัจจุบันของเงินที่ถือ หรือเงินที่ต้องเตรียมไว้ตั้งแต่วันนี้น้อยลง ยกตัวอย่างเช่น นาย ก สามารถซื้อหุ้นบริษัท AAA ได้ในอีก 1 ปีข้างหน้า ด้วยราคา 110 บาท ตามสิทธิจาก
คอลออปชั่น ถ้าปัจจุบันอัตราดอกเบี้ยอยู่ที่ 5% ดังนั้น นาย ก จะต้องเตรียมเงินในวันนี้ไว้ที่ 104.76 บาท เพราะเมื่อเวลา ผ่านไปครบ 1 ปีนายมองไกลจะได้เงินอีก 5.24 บาท จากดอกเบี้ยระยะเวลา 1 ปีของเงิน 104.76 บาท รวมเป็น 110 บาทพอดี แต่ถ้าอัตราดอกเบี้ยอยู่ที่ 10% นาย A จะต้องเตรียมเงินในวันนี้เพียง 100 บาทเท่านั้นก็จะมีเงินในอนาคตคืออีก 1 ปีข้างหน้าเท่ากับ 110 บาท จะเห็นว่าถ้าอัตราดอกเบี้ยสูงขึ้นต้นทุนของการกันเงินเพื่อใช้สิทธิตามคอลออปชั่นจะน้อยลง ราคาออปชั่นจึง ดึงดูดผู้ลงทุนมากขึ้นและส่งผลให้ราคาคอลออปชั่นสูงขึ้นได้ ในทางกลับกัน ดอกเบี้ยที่สูงขึ้น จะส่งผลให้ราคาของพุทออปชั่นลดต่ำลง เนื่องจากมูลค่าปัจจุบันของรายได้ที่ผู้ถือออปชั่นจะได้รับจากการใช้สิทธิขายหุ้น ตามพุทออปชั่น มีค่าลดลง และยิ่งอัตราดอกเบี้ยสูงขึ้นเท่าใด ค่าของเงินในปัจจุบันก็ยิ่งลดลงมากขึ้นเท่านั้น
     
     เงินปันผล

    เงินปันผล สําหรับออปชั่นที่ให้สิทธิในการซื้อหรือขายหุ้น เงินปันผลจะส่งผลกระทบต่อราคาของออปชั่นด้วย เพราะเมื่อหุ้นมีการจ่ายเงินปันผล ราคาของหุ้นย่อมลดลง และส่งผลต่อราคาออปชั่น โดยการจ่ายเงินปันผลของหุ้นจะส่งผลให้มูลค่าของคอลออปชั่นลดลง เนื่องจากราคาตลาด ของหุ้นจะมีการปรับตัวลดลงเท่ากับจํานวนเงินปันผลที่จ่าย ส่งผลกระทบให้ค่าคอลออปชั่นปรับลดลงตามไปด้วย ในทางกลับกัน การจ่ายเงินปันผลของหุ้นจะส่งผลให้มูลค่าของ
พุทออปชั่นเพิ่มขึ้น
เนื่องจากราคาตลาดของหุ้นจะมีการปรับตัวลดลงเท่ากับจํานวนเงินปันผลที่จ่ายส่งผลให้ค่า
พุทออปชั่นปรับตัวเพิ่มขึ้น

[กลับไปข้างบน]

2.9 กลยุทธ์การลงทุนในออปชั่น โดยแบ่งตามลักษณะตลาดได้ 2 ประเภท ดังนี้

1.กลยุทธ์ตลาดขาขึ้น
Long call Options ลักษณะของกลยุทธ์คล้ายกับการซื้อฟิวเจอร์สเพื่อทำกำไรในตลาดขาขึ้น แต่พ่วงประกันความเสี่ยงมาด้วยหากตลาดตกก็ขาดทุนไม่เกินค่าค่าพรีเมี่ยมที่จ่ายไปตอนแรก
Short put Options หากตลาดทรงตัว หรือปรับตัวเพิ่มขึ้น ก็จะได้กำไรจากค่าขายออปชั่น แต่ในตลาดขาลงจะมีลักษณะเหมือนกับการซื้อฟิวเจอร์สไว้แล้วคาดผิด จึงต้องรับผลขาดทุน
2.กลยุทธ์ตลาดขาลง
Long put Options ลักษณะของกลยุทธ์คล้ายกับการขายฟิวเจอร์สเพื่อทำกำไรในตลาดขาลงแต่พ่วงประกันความเสี่ยงมาด้วย หากตลาดขึ้นก็ขาดทุนไม่เกินค่าพรีเมี่ยมที่จ่ายไปตอนแรก
Short call Options หากตลาดทรงตัว หรือปรับตัวลดลง ก็จะได้กำไรจากค่าขายออปชั่น แต่ในตลาดขาขึ้นจะมีลักษณะเหมือนกับขายฟิวเจอร์สไว้ แล้วคาดผิด จึงต้องรับผลขาดทุน

[กลับไปข้างบน]