|
|

บริษัทหลักทรัพย์ ยูไนเต็ด จำกัด (มหาชน)
บริษัทหลักทรัพย์ ยูไนเต็ด จำกัด (มหาชน) เดิมชื่อ บริษัท ซิลโก้ จำกัด ได้จดทะเบียนจัดตั้งเมื่อปี พ.ศ. 2514 โดยได้รับอนุญาตจากกระทรวงการคลังให้ประกอบกิจการ 4 ประเภท ได้แก่กิจการนายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์ กิจการค้าหลักทรัพย์ กิจการที่ปรึกษาการลงทุน และกิจการจัดจำหน่ายหลักทรัพย์
ต่อมาในปี พ.ศ.2532 กลุ่มผู้ถือหุ้นเดิมได้ขายกิจการทั้งหมดให้กับกลุ่ม “ว่องกุศลกิจ” และ “เจนวัฒนวิทย์” พร้อมทั้งได้เปลี่ยนชื่อเป็น บริษัทหลักทรัพย์ ยูไนเต็ด จำกัด เมื่อวันที่ 28 สิงหาคม 2532 บริษัทฯ ได้รับคัดเลือกให้เป็นสมาชิกของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย หมายเลข 38 ในปี พ.ศ. 2534 และได้แปรสภาพเป็นบริษัทมหาชนเมื่อวันที่ 15 ธันวาคม 2536 และเข้าร่วมเป็นสมาชิกศูนย์ซื้อขายตราสารหนี้ไทย หมายเลข 49 ในปี 2537 ในปี 2544 บริษัทมีการเสนอขายหลักทรัพย์แก่ประชาชนทั่วไป และได้เข้าเป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ในวันที่ 8 สิงหาคม 2544 และในปี 2546 บริษัทได้ขอใบอนุญาตประกอบธุรกิจที่ปรึกษาทางการเงินด้วย จาก สำนักงาน ก.ล.ต. ซึ่งได้รับอนุญาต ให้มีผลตั้งแต่ 22 ธันวาคม 2546
ในปี 2549 กลุ่ม”ว่องกุศลกิจ” ได้ทำการขายหุ้นรวมจำนวน 42,923,520 หุ้น หรือเท่ากับร้อยละ 25.43 ของทุนชำระแล้วของบริษัทให้กับ บริษัท เอ.พี.เอฟ. โฮลดิ้งส์ จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทที่จดทะเบียนในประเทศไทย การซื้อหุ้นดังกล่าวของบริษัทฯ ส่งผลให้ มีการจัดทำคำเสนอซื้อหลักทรัพย์ เพื่อเข้าถือหลักทรัพย์เพื่อครอบงำกิจการ และหลังจากทำคำเสนอซื้อแล้ว ทำให้ บริษัท เอ.พี.เอฟ. โฮลดิ้งส์ จำกัด เป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของบริษัท ถือหุ้นของบริษัทในอัตราร้อยละ 78.53 และผู้ถือหุ้นรายใหม่นี้ ยังคงมีวัตถุประสงค์ที่จะคงสถานะของบริษัทให้เป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ และดำเนินธุรกิจตามแผนงานเดิมของบริษัท ต่อไปไม่เปลี่ยนแปลง และปัจจุบันบริษัทมีทุนจดทะเบียน จำนวน 860 ล้านบาท และทุนจดทะเบียนชำระแล้วจำนวน 844 ล้านบาท
นอกจากนั้น เดิมบริษัทมีบริษัทย่อย 2 แห่ง ได้แก่ บริษัท ยูไนเต็ด แอ๊ดไวเซอรี เซอร์วิส จำกัด และบริษัท สยามไชยศรี จำกัด เพื่อทำธุรกิจการเป็นที่ปรึกษาทางการเงิน แต่เมื่อเดือน มิถุนายน 2548 ได้มีการขายบริษัทย่อยทั้งสองแห่งให้กับผู้บริหารของบริษัททั้งสองแห่งนั้น โดยบริษัทฯ เล็งเห็นว่า การขายนี้จะไม่มีผลกระทบต่อผลการดำเนินงานของบริษัท เนื่องจากในขณะนั้น บริษัทฯ มีทีมงานด้านวาณิชธนกิจอยู่แล้ว และทำให้ปัจจุบันบริษัทฯไม่มีบริษัทย่อยอีกต่อไป
บริษัทฯ ได้เริ่มมีนโยบายที่จะขยายฐานลูกค้า และธุรกิจของบริษัทฯ ให้กว้างขึ้นอีกครั้ง โดยเมื่อปลายปี 2543 บริษัทฯ ได้ขยายการให้บริการทางด้านการซื้อขายหลักทรัพย์ผ่านทางอินเตอร์เน็ต โดยบริษัทฯ ได้เข้าร่วมกับตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยในการก่อตั้ง บริษัท เซ็ทเทรด ดอท คอม จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทที่ให้บริการด้วยระบบการซื้อขายหลักทรัพย์ได้โดยตรงกับตลาดหลักทรัพย์ผ่านทางอินเตอร์เน็ต (Internet Trading) ทำให้ลูกค้าของบริษัทฯ สามารถส่งคำสั่งซื้อขายหลักทรัพย์ได้ด้วยตนเองบนระบบที่มีความปลอดภัยสูงสุดตามมาตรฐานสากล ในปี 2548 บริษัทฯมีสำนักสาขาที่เปิดให้บริการด้านหลักทรัพย์ 12 แห่ง ประกอบด้วย สาขารังสิต สาขานครสวรรค์ สาขานครปฐม สาขาหาดใหญ่ สาขาชลบุรี สาขาบ้านโป่ง(ราชบุรี) สาขาอุดรธานี สาขาสาทร สาขาอุบลราชธานี สาขาขอนแก่น สาขาลำพูน และสาขาบางนา อย่างไรก็ตาม เนื่องจากผลการดำเนินงานของ สาขาหาดใหญ่ และสาขาชลบุรี ไม่เป็นไปตามเป้าหมาย ทั้งสองสาขาจึงถูกปิดไปในเวลาต่อมา ทำให้บริษัทเหลือสาขา ณ สิ้นปี 2548 จำนวน 10 สาขา
นอกจากนั้น บริษัทฯ ได้พยายามเน้นการให้บริการที่เป็นเลิศ และการให้บริการแบบครบวงจรกับลูกค้า จึงได้ริเริ่มธุรกิจการเป็นที่ปรึกษาการลงทุน (Investment Advisory) ซึ่งจะเป็นการบริการให้คำปรึกษาในแบบเฉพาะเจาะจง (specific advice) กับลูกค้ารายใหญ่ โดยคำนึงถึงความเหมาะสมสำหรับลูกค้าแต่ละราย และบริษัทฯ ยังมีแผนงานที่จะประกอบธุรกิจการเป็นตัวแทนสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Derivatives) โดยมีการเตรียมความพร้อมของระบบและบุคลากร รวมทั้งจดทะเบียนเพิ่มเติมวัตถุประสงค์ของบริษัท ไว้เพื่อ รองรับการดำเนินธุรกิจได้ทันทีที่ได้รับใบอนุญาต
รายชื่อผู้ถือหุ้นรายใหญ่ (Major Shareholders)
|
|
|
|